บทที่ 3 ม่อนเสียใจ

         นายดินร้องขึ้นสุดเสียงชักขยับระรัว ก่อนจะพ่นลาวาแห่งความสุขเต็มร่องสาวทาบร่างอัดทับเธอจนติดแน่นบนที่นอน นายดินเมื่อขึ้นแตะสวรรค์แล้วก็เข้าสู่ห้วงนิทราแทบทันที

ม่อนใช้เรี่ยวแรงที่เหลืออยู่ผลักตัวเขาให้นอนหงายลงไปข้าง ๆ เธอขยับกายไล่ความเมื่อยขบที่ร่างหนาใหญ่ทาบทับอยู่เป็นนาน

"อุ้ย เจ็บ...!" เธอร้องสะดุ้งเพราะเจ็บไปทั่วหน้าท้อง ร้าวไปทั้งส่วนกลางร่างสาว

แสงไฟที่เปิดสว่างทั้งห้องทำให้ม่อนเห็นร่างนายดินที่นอนหลับอยู่บนที่นอนหายใจสม่ำเสมอ เธอหน้าแดงร้อนชาวูบไปทั้งหน้ารู้สึกเหนียมอาย เมื่อได้เห็นร่างแกร่งที่นอนเปลือยเปล่าอยู่ใกล้ ๆ เธอรีบขยับตัวออกห่าง

ร่องรอยความรักและหยดเลือดติดอยู่บนผ้าปูที่นอน ด้วยความกลัวและความกระดากอายเธอรีบหาทิชชูมาเช็ดทำความสะอาด ก่อนจะพาร่างอันบอบช้ำเข้าไปชำระล้างในห้องน้ำและเก็บกวาดเศษแก้วที่นายของบ้านทำหล่นแตกไว้จนเรียบร้อย

หญิงสาวยังไม่วายหาผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่น ๆ มาทำความสะอาดเช็ดร่างกายให้นายหนุ่มด้วย ม่อนพิศพิเคราะห์ใบหน้าของเขา น้ำตาเริ่มซึมเมื่อนึกถึงบทรักร้อนแรงเมื่อครู่และความสาวที่เธอได้สูญเสียไป เธอพยายามใส่กางเกงในให้เขา เพราะไม่อยากให้ใครหรือแม้แต่ตัวเขารู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นในคืนนี้

ม่อนพาตัวเองที่บอบช้ำกลับห้องก่อนจะทิ้งตัวลงนอนและข่มตาหลับไปทั้งน้ำตา

ม่อนนอนอยู่ที่ห้องใต้ดินที่มีแต่ในส่วนของห้องโผล่พ้นพื้นดินมาประมาณ สี่สิบ เซนติเมตร นายดินให้ช่างทำติดเป็นกระจกบานเกล็ดและติดมุ้งลวดกันแมลงไว้ให้เรียบร้อย

ป้านาบอกว่าเมื่อก่อนห้องนี้เป็นห้องเก็บไวน์ แต่ตอนหลังคุณดินอยากเลิกเป็นนักดื่ม จึงสั่งให้เอาไวน์ไปแจกผู้หลักผู้ใหญ่ในท้องถิ่นเสียหมด ยังคงมีแต่เคาน์เตอร์เครื่องดื่มที่ห้องโถงเอาไว้จัดงานเลี้ยงเล็ก ๆ เท่านั้น

พอรู้ว่าจะมีเด็กผู้หญิงมาอยู่ด้วยก็สั่งการให้ป้านาซื้อข้าวของและตกแต่งห้องให้น่ารักสวยงามไว้ต้อนรับ แถมยังสั่งให้ลุงอุ่นซื้อพัดลมดูดระบายอากาศมาติดให้ด้วย ส่วนลุงกับป้าแยกไปนอนเรือนนอนที่มีห้องนอนเดียว ซึ่งห่างไปประมาณสองร้อยเมตร

ม่อนลุกขึ้นนั่งเอื้อมมือไปกดนาฬิกาปลุกที่เธอตั้งเอาไว้มองหาแสงสว่างที่พระอาทิตย์กำลังจะโผล่ขึ้นมาจากพื้นดิน เสียงไก่ขันดังมาแต่ไกล เธอรีบพับผ้าห่มที่คลุมตัวเองไว้ทั้งคืนให้เป็นระเบียบคว้าผ้าเช็ดตัวเดินขึ้นบันไดไปอาบน้ำยังห้องน้ำที่อยู่ใกล้ประตูห้องนี้

เธอเดินได้อย่างลำบากกว่าจะพาร่างที่ปวดร้าวกลับลงมาจากห้องนายได้เมื่อคืนก็หยุดพักตั้งหลายที เธอน้ำตาซึมใจหายแวบรู้สึกเจ็บที่หน้าอกจนจุกสะอื้นไห้อยู่ในห้องน้ำอยู่เป็นนาน

เธอถอนหายใจออกมาตลอดเวลาที่เปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่ในห้อง นึกไปถึงคนตัวโตหน้าคมเข้มที่นอนหลับไม่รู้เรื่อง หลังจากที่เสร็จกิจของตัวเขาเองเรียบร้อย เธอได้แต่ภาวนาอยู่ในใจ ให้เขาจำเหตุการณ์เมื่อคืนนี้ไม่ได้ เพราะถ้าเขาจำได้ไม่รู้ชีวิตเธอจะเป็นอย่างไร ม่อนเกิดความกังวลขึ้นในหัวเต็มไปหมด

หญิงสาวพยายามทำงานบ้านเหมือนเช่นทุกวัน ตามที่ป้านาได้สั่งเอาไว้ตลอดสองอาทิตย์ที่ผ่านมาราว ๆ สักเก้าโมง ท้องเริ่มหิว เธอจึงตักข้าวสวยใส่จานและทอดไข่เจียวหนึ่งฟองนั่งลงใช้มือคลุกน้ำพริกตาแดงที่แม่ทำมาให้ด้วย ม่อนนั่งลงกินข้าวกับพื้นอยู่หลังประตูครัวที่เปิดรับลมเห็นวิวในไร่สุดลูกหูลูกตา

“มีใครอยู่ตรงนั้นบ้าง” เสียงทุ้มเรียกหาคนรับใช้เสียงดัง เสียงฝีเท้าที่เดินตรงมายังทางที่เธอนั่งอยู่ ม่อนมือไม้สั่นทำอะไรเริ่มไม่ถูกค่อย ๆ วางจานไว้ใกล้ประตูรีบลุกขึ้นยืน

นายใหญ่ของบ้านยืนอยู่ไม่ห่างจากเธอนัก เขาใส่แค่กางเกงขาสั้นสบาย ๆ ตัวเดียวส่วนบนก็ไม่ใส่เสื้อ โชว์ไรขนหน้าอกที่มีอยู่เต็มแผง ผมเผ้าที่ดูยุ่งเหยิงเหมือนยังไม่ได้หวี หน้าที่มีหนวดเคราดูเข้มขึ้นกว่าเมื่อวาน เขาทำตาหยี ๆ ก่อนจะยกมือขึ้นขยี้ตาจ้องหน้าเธอไม่กะพริบ

ม่อนปัดมือแล้วรีบเช็ดมือที่เปื้อนกับชายผ้ากันเปื้อนก่อนจะยกมือไหว้ เขาไม่พูดไม่จาเธอหลบสายตาที่จดจ้องมาเหมือนกลัวความผิดลมหายใจเริ่มติด ๆ ขัด ๆ

“เธอเป็นหลานลุงอุ่นใช่ไหม” เสียงทรงอำนาจของเขาถามขึ้น ม่อนได้แต่พยักหน้ารับเอ่ยคำว่าค่ะเบา ๆ ในลำคอ ตอนนี้ขมคอจนพูดไม่ออกเหมือนมีอะไรมาติดอยู่ตรงนั้น

“กาแฟดำร้อนนะ เอาไปให้ฉันที่ห้องทำงานด้วย” เขาออกคำสั่งก่อนจะเดินหันหลังกลับไปทางเดิมที่เขาเดินมา ม่อนแทบทรุดตัวลงไปทันที มือไม้สั่นหายใจไม่ทั่วท้องกะพริบตาปริบ ๆ มองตามหลังเจ้าของไร่ปฐพีไปแบบใจเต้นโครมคราม

เธอเคาะประตูห้องทำงานเขาที่เปิดกว้างออกมาอยู่แล้วเขาหันหน้ามามองสาวน้อยเดินขาแทบขวิดมือไม้สั่น จนได้ยินเสียงแก้วกาแฟกระทบกับจานรองดังกิ๊ก ๆ เขายังคงทำสีหน้าทองไม่รู้ร้อน ยกหน้าที่เรียบเฉยขึ้นมามองเธอลอดแว่นสายตา

“ขึ้นไปเก็บห้องนอนฉันด้วย แล้วก็รื้อเสื้อผ้าออกมาจากกระเป๋าเดินทางให้ด้วยนะ ขนลงมาซักใหม่ให้หมดเลย” เขาออกคำสั่งใหม่

บทก่อนหน้า
บทถัดไป